MG Extender ปิกอัพไซส์ยักษ์ใหญ่สุดในไทย

ค่ายรถยนต์ MG เปิดตัว NEW MG EXTENDER ปิกอัพรุ่นแรก ภายใต้คอนเซปต์ “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ชูจุดเด่นมิติตัวถังขนาดใหญ่ ขุมพลัง 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลก เคาะราคาเริ่มต้น 549,000-1,029,000 บาท

รองกรรมการผู้จัดการ พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี ที่ผ่านมา บริษัทฯ ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และแนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มรถยนต์นั่งเป็นหลัก ด้วยการชูจุดเด่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์เอ็มจี ทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบบังคับควบคุม ระบบความปลอดภัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย สำหรับการเปิดตัวรถกระบะ NEW MG EXTENDER ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหม่
“เราตั้งเป้าให้ NEW MG EXTENDER เป็นรถที่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าที่กำลังมองหารถสำหรับการใช้งานและใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยจะทำตลาดในกลุ่มรถกระบะแบบตอนครึ่ง หรือ Giant Cab และแบบ 2 ตอน หรือ Double Cab ซึ่งถูกพัฒนาให้มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ด้วยขนาดมิติตัวถังขนาดใหญ่จึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกและภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย”

“สำหรับ NEW MG EXTENDER มี 9 รุ่นย่อยครอบคลุมทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ระบบส่งกำลังแบบธรรมดาและแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานได้อย่างลงตัว”

NEW MG EXTENDER แตกต่างด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจีพร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่โดยมีทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกันจึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และแบบ 4 ประตู (Double Cab)

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ BRIT Dynamic ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูงเพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจในการใช้งาน

ในขณะที่ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม DaytimeRunning Lights บันไดข้าง และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอยติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และเก็บเสียงดีเยี่ยมด้วยการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด โดยการออกแบบภายในสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอก ใช้โทนสีเข้มและเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุ ให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Startและระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab ยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
NEW MG EXTENDER ในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L

นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถหรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connectที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พักรวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถและการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตูตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถรวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ

ระบบความปลอดภัยครบครัน มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป AdvancedSynchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย

o ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)
o ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
o ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
o ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
o ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
o ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
o ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
o ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)
o ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
o ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติรวมถึงกล้องมองภาพ รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้าและกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

NEW MG EXTENDER มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (DoubleCab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD)ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม 5 สีให้เลือก คือ สีขาว Artic WHITE สีดำBLACK Knight สีเงิน SILVER Metallic สีแดง Scarlet RED และ สีเทา Metal Ash GREY โดยมีทั้งหมด 9 รุ่นย่อย ดังนี้

NEW MG EXTENDER รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง)

o NEW MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT ราคา 549,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT ราคา 619,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 659,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 719,000 บาท
o NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT ราคา 729,000 บาท

NEW MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู)

o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 759,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 819,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT ราคา 879,000 บาท
o NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ราคา 1,029,000 บาท

ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่ติดตั้งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น พร้อมขายทั่วประเทศ วันที่ 16 สิงหาคมนี้ สำหรับ NEW MG EXTENDER จะเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale2019 ระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา และที่โชว์รูมรถยนต์ เอ็มจี ทั้ง 110แห่งทั่วประเทศ พร้อมการบริการหลังการขาย “Passion Service” ที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วย